คุยเฟื่องเรื่องดนตรี

พฤษภาคม 3, 2009 at 4:59 pm (ดนตรี) (, , , , , , )

ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีทุกๆคนที่อุตสาหะมากนะครับเข้ามาเยี่ยมชมหน้านี้ได้ 555+          ในช่วงนี้นะครับใครที่สนใจดนตรีก็แวะเวียนเข้ามา พูดคุย สอบถามก็ได้นะครับ ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับดนตรีสากล ไม่ว่าจะเป็นของไทยหรือเทศนะครับ หรือจะขอเพลงก็ได้นะครับไม่ว่ากัน สำหรับเรื่องราวของดนตรีต่างๆนั้น ไว้ผมมีเวลาว่างแล้วจะมาอัพเดตข่าวสารให้ได้รับรู้กันนะครับ

8 ความเห็น

  1. Packi said,

    Bangkok Thrash 2009 – Thrash ‘Til Drunk (09/05/09)

    หวัดดีพี่น้องชาวไทย ขอเชิญชวนร่วมงาน thrash metal

    Band: KillingFields, Mascara, Purgatory, Scarecrow, Psychotrain, Black Ciety, Damage Hell, วิบัติชน and ???

    Thrashing Date: Sat 09/ May/ 2009
    Thrashing Time: 12:00 PM – 18:00 PM
    Thrashing Venue: The Rock Pub
    Thrashers Entrance Fee: 200 Bahts

  2. Packi said,

    GOD BEHEADING LIVE RITUAL 2009 (PROCLAMATION LIVE BKK)

    ขออัญเชิญ เหล่าสาวก และ ผู้อุทิศตนแด่ปีศาจชาวสยาม
    เข้าสู่ ประเพณี พิธีกรรมตัดคอพระเจ้า แห่งปี 2009 ใน GOD BEHEADING LIVE RITUAL 2009

    อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการ Underground Metal ในไทย และ ทวีปปีศาจแห่งเอเชีย จักต้องจารึกไว้ กับการผนึกกำลังของเหล่าจิตวิญญาณนรก อันประกอบไปด้วย

    PROCLAMATION โคตรวง Bestial Black / Death จากประเทศสเปน ครั้งแรกกับการมาเยือนดินแดนขวานทองของซาตาน พายุนรกแห่งสงครามการต่อต้านพระเจ้า จะตลบอบอวลไปทั่วมณฑลพิธี

    SURRENDER OF DIVINITY กับ พิธีกรรมแห่งความเกลียดชัง และ สำแดงเพลิงพิโรธแห่งซาตาน ครั้งแรกของปี 2009 พร้อม บทเพลงใหม่แห่งความตายที่ไม่เคยสังเวยที่ใดมาก่อน

    INFERNAL EXECRATOR วง Black Metal สายเลือดใหม่ที่น่าจับตามองที่สุด จากประเทศสิงค์โปร์ กับ พิธีกรรมบูชาปีศาจ ครั้งแรกในปฐพีสยาม

    ZYGOATSIS อสูรสงครามแห่งสยามนรก พร้อมการเปิดตัวหัวรบแห่งซาตานตนใหม่ และ

    A GOOD DAY FOR KILLING โคตร Blasting Old School Brutal Death กลับการสะสางภารกิจควักไส้พระเจ้า จากพิธีกรรมครั้งแล้ว

    จง อย่าพลาดพิธีกรรมนรกครั้งสำคัญนี้ มันจักกึกก้อง กัมปนาท คละคลุ้งไปด้วยสาปเลือด ความมืดมน ความเกลียดชัง ความชั่วช้า ตอกตรึงในดวงจิตของเหล่าทายาทนักรบแห่งซาตาน ชั่วนิรันดร

    Beheading Altar / สถานที่ประหาร:

    Hollywood Awards (Ratchada Soi 6-8 /

    ฮอลลีวูด อวอร์ด (รัชดาภิเษก ซอย 6-8 Bangkok/Siam

    Blasphemous Date / วันพิธี:

    Sat, August 8, 2009 / วันเสาร์ที่ 8 ส.ค. 2552

    Desecrating Time / งานเริ่มเวลา:

    1:00 pm. / เวลา 13.00 น.

    Ritual Tickets / บัตรราคา:

    950 BAHT / 950 บาท

    Tickets are available at: หาซื้อบัตรได้ที่:

    TRIPLE SIX (Century Mall), JU (Pantrip Plaza) etc.

    Some tickets can be purchased at the Ritual /

    บัตรบางส่วนสามารถซื้อได้ที่หน้างาน

  3. Packi said,

    Surrender of Divinity

    เป็นวงแบล็กเมตัลจากประเทศไทย ตั้งวงในปี1996 ที่กรุงเทพฯ โดยมี Whatthayakorn (วาทยากร) เป็นแกนนำ เขาเป็นมือกีตาร์และคนแต่งเพลงหลักของวง ออกผลงานแรกคือ Promo 97 ในรูปแบบเทปคาสเสตต์ บรรจุ 3 เพลง ผลิตกันเองในจำนวนจำกัดเพียง 300 ชุด สมาชิกที่บันทึกเสียงชุดนี้นอกจาก Whatthayakorn แล้วก็มี Monchai (มนชัย – ร้องนำ) กับ Paritat (กลอง) โดยมี Tanaphon มือกีตาร์จากวง Nameless Author เดธเมตัลของไทยมาเป็นแขกรับเชิญเล่นเบสให้

    Rehearsal Demo ‘98 คือผลงานชิ้นถัดมาของวง งานนี้มี 4 เพลง ออกในรูปแบบเทปคาสเสตต์จำนวนจำกัด 500 ชุด โดยสังกัด InCoffin Records ซึ่งเป็นค่ายเพลงอันเดอร์กราวน์ดที่ Whatthayakorn ก่อตั้งขึ้นมาเอง ไลน์อัปที่ทำงานนี้ยังเหมือนกับ Promo ’97 แต่ได้ตัวมือเบสมาประจำการคือ Settha หลังออกงานนี้ไป อีก 2 ปีถัดมาทางวงก็มีงานสปลิตอัลบัมในรูปแบบเทปร่วมกับ Korihor วงแบล็กเมตัลจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเพลงทั้งหมดในงานนี้ก็คือเพลงจาก Rehearsal Demo ’98 นั่นเอง

    ปี 2001 อัลบัมเต็มชุดแรกของ Surrender of Divinity ก็ได้ฤกษ์คลอด ใช้ชื่อชุดว่า Oriental Hell Rhythmics ออกโดย Psychic Scream สังกัดจากประเทศมาเลเชีย งานนี้ออกทั้งในรูปแบบเทปและซีดี สมาชิกที่ทำงานในอัลบัมเต็มชุดแรก ได้แก่ Ekaluxx (ร้องนำ), Whatthayakorn (กีตาร์), Avaejee (เบส) และ Paritat (กลอง) เสียงตอบรับที่มีให้กับงานชิ้นนี้ของวงเป็นไปอย่างดีเยี่ยม เป็นเหตุให้ชื่อเสียงของเป็นที่รู้จักในแวดวงอันเดอร์กราวน์ดเมตัลทั่วโลก ถัดมาในปี2003 ทางวงมีผลงานในรูปแบบแผ่นเสียง 7 นิ้วชื่อ Immolating the Son of the Whore ซึ่งเป็นอีพีบรรจุ 2 เพลงออกกับ Legion of Death ค่ายเพลงจากประเทศฝรั่งเศส

    จากนั้นอีก 1 ปีให้หลัง Two Majesties: An Arrogant Alliance of Satan’s Extreme Elite สปลิตอีพีของ Surrender of Divinity ที่ออกคู่กับ Impiety วงเมตัลชื่อดังของสิงคโปร์ก็ออกมา งานนี้ออกทั้ง 3 รูปแบบ คือ แผ่นเสียง 696 ก็อปปี, ซีดี 500 ก็อปปี และเทปคาสเสตต์ 666 ก็อปปี ซึ่งไลน์อัปที่อัดเสียงชุดนี้มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง โดย Whathayakorn ยังคงเป็นมือกีตาร์และหัวใจของวง ส่วน Avaejee มือเบสของวงก็ควบตำแหน่งนักร้องนำด้วย ขณะเดียวกันก็รับสมาชิกใหม่อย่าง Xulaynus นักร้องนำ Lacerate วงบรูตัลเดธสัญชาติไทยเข้าร่วมวงในฐานะมือกลอง ซึ่งสมาชิกวงทั้ง 3 คนนี้ก็ทำงานร่วมกันจนถึงปัจจุบัน

    อัลบัมเต็มชุดที่ 2 ที่ชื่อ Manifest Blasphemy: The Abortion of the Immaculate Conception สำเร็จออกมาในปี2006 ซึ่งได้ออกกับ From Beyond Productions ค่ายเพลงอันเดอร์กราวน์ดชื่อดังของประเทศฮอลแลนด์ งานนี้มียังคงได้รับการวิจารณ์จากสื่อมวลชนวงการเมตัลเช่นเคย และในปีเดียวกันนั้น Sabbatical Siamese Christ Beheading สปลิตอีกชิ้นหนึ่งของวงก็ออกมาผ่านสังกัด Witchhammer Productions ค่ายเพลงใต้ดินชั้นนำของเมืองไทย งานนี้มีเพลงของวง Surrender of Divinity ร่วมกับ Sabbat วงอันเดอร์กราวน์ดเมตัลระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่น

    ตลอด ระยะเวลา 10 กว่าปีที่ Surrender of Divinity ได้ยืนหยัด, ฝ่าฟัน และยึดมั่นในอุดมการณ์แบล็กเมตัล ด้วยการออกผลงานต่างๆ อีกทั้งมีการแสดงสดทั้งในประเทศและนอกประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งแต่ละครั้งนั้นก็มีแฟนเพลงให้ความสนใจและสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด อันเนื่องมาจากมาตรฐานของทางวงที่สูง อีกทั้งมีโชว์ที่ยอดเยี่ยมไม่เคยสร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆ

    ล่า สุดในเดือนกรกฏาคม 2008 ที่ผ่านงานในเทศกาล Under the Black Sun ครั้งที่ 2 ที่เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี และเป็นวงสนับสนุนให้กับวง Archgoat จากประเทศฟินแลนด์มาหมาดๆ ในปี 2009 ยังมีแผนการทัวร์ในญี่ปุ่น, ยุโรปและอเมริกาใต้อีกด้วย

    ณ ปัจจุบัน Surrender of Divinity คือหนึ่งในวงแบล็กเมตัลระดับหัวแถว ที่ทุกคนในวงการอันเดอร์กราวน์ดเมตัลทั้งในและนอกประเทศให้การยอมรับ

    ผลงานที่ผ่านมา
    Promo 97 – Demo, 1997
    Rehearsal Demo ’98 – Demo, 1998
    Christbeheaders – Split, 2000
    Oriental Hell Rhythmics – Full-length, 2001
    Immolating the Son of the Whore – EP, 2003
    Two Majesties: An Arrogant Alliance of Satan’s Extreme Elite – Split, 2004
    Unholy Black War – Split, 2006
    Manifest Blasphemy: The Abortion of the Immaculate Conception – Full-length, 2006
    Sabbatical Siamese Christ Beheading – Split, 2006
    Goatwrath Incarnation – Compilation, 2007

  4. Packi said,

    Metallica

    หลายๆ คนในที่นี้จะนึกถึง St.Anger ซึ่งเป็น Studio Album ล่าสุด แต่คุณรู้มั้ยว่า เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน Metallica คืออะไร ทำไมถึงถูกยกย่องว่าเป็นเจ้าพ่อของ Thrash metal และทำให้เกิดวงดนตรีแนวหนักกระโหลกที่ยึดเอาพวกเค้าเป็นแม่แบบอีกเป็นร้อยๆ วง เราไปดูกันเลยดีก่า

    ก่อตั้ง – น่าจะประมาณปี 1981 ในLA,California

    – ในปี 1973 Lars Ulrich (มือกลอง) ได้ค้นเจอแผ่นเสียงแผ่นนึงของ Deep Purple มันเป็นบันทึกการแสดงสด เด็กจิ๊บจาก Copenhagen Denmark ก็บอกกับตัวเองว่า อยากตีกลองวุ้ย 9 ขวบนะเนี่ย
    – 1976 Lars ก็มีกลองเป็นของตัวเอง ยายเค้าซื้อมาให้ซะด้วย เค้าได้ยึดเอา Ian Paice (สะกดยังไงวะ) ของ Deep Purple เป็นแม่แบบ
    – เดือนสิงหาคมปี 1980 ครอบครัวของ Lars ย้ายบ้านไปอยู่ Newport Beach, California เพื่อหัดตีเทนนิส!!!
    – พอช่วงกลางๆ ปี 1981 Lars ได้เดินทางไปยังอังกฤษ เพื่อไปชมวง Diamond Head แสดงสด และพบกับ Sean Harris ที่เป็นนักร้องนำ และเค้าก็ขลุกตัว เรียกง่ายๆ ว่ามั่วนิ่มอยู่กับ Diamond อยู่หลายเดือน ก่อนที่จะประกาศว่า เค้าจะต้องมีวงเป็นของตัวเอง
    – James Hetfields เดินทางมาพบกับ Lars เนื่องจากไปพบกับประกาศรับนักดนตรีตามเสาไฟ ทั้งสองคนเริ่มสนิทกันเนื่องจากชอบดนตรีแนวใกล้เคียงกัน ก็พวก New wave of British Heavy Metal เหมือนๆกัน (ว่างๆ จะเขียนให้อ่านกันนะไอ้ NWOBHM เนี่ย) หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ตัดสินใจจะฟอร์มวงดนตรีขึ้นโดยมีสมาชิก 2 คนแน่ะ HetfieldsเกิดปีเดียวกับLars
    – ในปี 1982 ทั้งสองคนก็ได้มีโอกาสทำเพลงขึ้น โดยเป็นอัลบั้มรวมฮิตร่วมกับศิลปินแถวๆ Los Angelis โดยอัลบั้มนั้นมีชื่อว่า Metal Massacre I คือเพลง Hit The Light โดยที่ Lars เล่นกลอง James เล่น Rhythm Guitar, Bass แล้วก็ร้องนำ ส่วนกีต้าร์โซโล ก็ไปดึงเอา Lloyd Grant ซึ่งเป็นเพื่อนๆ มาช่วยเล่นให้
    – หลังจากนั้นไม่นาน ทางวงก็รับสมาชิกใหม่ก็คือ Dave Mustaineและ Ron McGovney มาเล่นกีตาร์โซโล และเบสตามลำดับ ปล.Mustaine เกิดปี1961 แก่กว่า Hetfields และ Ulrich 2ปี
    – วันที่ 28 มีนาคม 1982 Metallica ได้เล่นเป็นวงเปิดของ Saxon โดยที่ Metallica เล่นเพลงของ Diamond Head, Savage และ Sweet Savage เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย
    – ในเดือนเมษายน 1982 พวกเค้าก็ทำเพลงขึ้นมาใหม่อีก 4 เพลงเพื่อเป็นค่ากับข้าว โดยที่ทั้งสี่เพลงนั้นก็คือ Hit the Light, The Mechanix (ตอนหลังนำมาเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น The Four Horsemen) , Jump in the Fire และ Motorbreath Demo Album อันนี้ขายดีมากทำให้ทั้งสี่คนอิ่มหนำสำราญได้เลยล่ะ และที่สำคัญ เดโมชุดนี้ หามะได้อีกแล้วจ้า
    – ในช่วง 2-3 เดือนนี้ Metallica ก็รับสมาชิกเพิ่มอีกคนก็คือ Jeff Warner มาเล่น Rhythm อีกคน โดยที่พวกเค้าแต่งเพลง Metal Militia, Seek and Destroy และ Phantom Lord
    – ในเดือนกรกฏาคม James กับ Lars ไปเที่ยวที่ Whiskey-A-Go-Go และได้พบกับ Cliff Burton ทั้งสองคนประทับใจในการเล่นเบสของหมอนี่มาก แต่ชวนแล้วไม่ยอมมาซะยังงั้นแหละ
    – เดือนพฤศจิกายน 1982 พวกเค้าก็ไปเล่นเป็นวงเปิดให้กับ Y & T อีกไม่กี่วันต่อมาคือ วันที่ 29 พฤศจิกายน พวกเค้าก็ไปเล่นในคอนเสิร์ทที่ Bay Area ก็มีเพลงใหม่มาโชว์อีกก็คือ Whiplash โดยที่มีวงดาวรุ่งอีกวงก็คือ Exodus และวงนี้เอง James กะ Lars ก็ติดใจฝีมือการโซโลของ Kirk Hammett ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 20 ปีเองง่ะ และวันรุ่งขึ้น ก็เป็นคอนเสิร์ทครั้งสุดท้ายของ Ron
    – ปลายเดือนกุมภาพันธ์ Metallica ได้ต้อนรับสมาชิกคนใหม่ก็คือ Cliff Burton เข้ามาเล่นเบส ซึ่ง Cliff ได้เป็นจิ๊กซอคนสำคัญของ Metallica เลย เพราะเค้าสามารถแต่งเพลงและเรียบเรียงเพลงได้ และเริ่มทำเพลงกันเลย
    – เดือนเมษายน ไล่ Dave ออกจากวง และเชิญ Kirk Hammett มาเล่นแทน
    – 10 ถึง 27 พฤษภาคม 1983 พวกเค้าทั้งสี่คน ร่วมกันทำอัลบั้มแรก Kill ’em all
    – Kill ’em all วางจำหน่ายในเดือน กรกฏาคม 1983 ซึ่งถือว่าเป็นอัลบั้มแรกของพวกเค้า
    – ช่วง 27 กรกฏาคมถึง 3 กันยายน พวกเค้าทั้งสี่คน ก็ออกทัวร์กัน
    หลังจากนี้ จะเป็นเรื่องราวคร่าวๆ แล้วนะครับ
    – เมษายน อัลบั้มที่สอง Ride the lighting ก็ออกวางจำหน่าย โดยอัดเสียงกันที่เดนมาร์กและวางจำหยน่ายในเดือนกรกฏาคมปี 1984
    ใน ช่วงนี้ Metallica เริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ พอวันที่ 17 สิงหาคมปี 1985 metallica ก็ได้รับเชิญไปเล่นในงาน Monsters Of Rock festival ที่อังกฤษ โดยเล่นประกบกับ Ratt และ Bon Jovi ซึ่ง James ได้พูดประโยคอมตะ

    “If you come here to see spandex and Fxxkin’ eye make-up and all that shit and the words rock’n’roll baby in every Fxxkin’ song, this ain’t the band!”.

    แปลเองนะ เหอๆๆ ในช่วงนี้พวกเค้าก็ออกทัวร์แล้วก็เริ่มทำเพลงในอัลบั้มที่สาม
    – 27 มีนาคม 1986 Master of puppets ก็ออกวางจำหน่าย ทำให้ metallica มีชื่อเสียงและโด่งดังสุดๆ
    – 27 กันยายน 1986 ระหว่างทางไปโคเปนเฮเกน รถบัสของพวกเค้าเสียหลักและทำให้ Cliff Burton เสียชีวิต ทางวงประกาศงดคอนเสิร์ท นับว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรทางดนตรีอย่างใหญ่หลวง เขาตายเมื่ออายุเพียง24ปีเท่านั้น
    – ตุลาคม 1986 Jason Newsted จากวง Flotsam and Jetsam ก็เป็นสมาชิกใหม่ของวง
    – 5 กันยายน 1988 อัลบั้มสุดยอดตลอดกาลของ Metallica ก็ออกวางจำหน่าย …And justice for all
    – กุมภาพันธ์ 1991 Metallica ได้รางวัลแกรมมี่สาขา Best Heavy Metal Performance จากเพลง Stone Cold Crazy ที่ cover ของวง Queen มา
    – 12 สิงหาคม 1991 อัลบั้มที่ขายดีที่สุดของวงก็ออกวางจำหน่าย ใช้ชื่อว่า Metallica โดยเปลี่ยนโปรดิวเซอร์มาเป็น Bob Rock
    ใน ช่วงปี 1991 -1993 Metallica ได้ออกตะเวนทัวร์รอบโลกกว่า 300 โชว์ใน 37 ประเทศ โดยที่หนึ่งในนั้น วันที่เท่าไหร่จำมะได้แล้ว เดือนเมษาหรือพฤษภาปี 1993 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง สาวกกระโหลกเหล้กชาวไทยก็ได้ชมสุดยอดคอนเสิร์ทของ Metallica คนกว่า 30000 คน แน่นเอี๊ยด ไม่มีการตีกันเลย เหอๆๆ
    หลังจากนั้นทางวงก็ได้รับการ ยกย่องว่าเป็นเจ้าพ่อแห่ง Thrash Metal โดยที่ไม่มีใครกล้าเถียง แม้แต่ Megadeth ที่นำโดย Dave Mustaine ก็ยังยอมรับ เด็กหนุ่มจากหลายที่รวมทั้งประเทศไทยก็เริ่มหัดเล่นเพลงของพวกเค้า และหลายๆ วงก็ได้พวกเค้าทั้งสี่คนมาเป็นแม่แบบในปัจจุบัน
    แต่…. Metallicaได้เปลี่ยนลุคใหม่ ตัดผมสั้น แต่งตัวดูดีขึ้น ซึ่งทำให้แฟนเพลงMetalแท้ๆเริ่มมองว่าMetallicaไม่ได้เป็นMetalแท้ๆแล้ว จึงมีบางส่วนที่เลิกนับถือวงนี้

    แม้Metallicaจะยังออกอัลบั้มใหม่ แต่อัลบั้มLoad, Reload และ St.Anger ได้ถูกพิษของธุรกิจและการมาแรงสุดๆ ของ hard core เข้าแทรก จึงทำให้สาวกรุ่นเก่าไม่พอใจ ทำให้ยอดขายของ Load และ Reload น้อยมาก รวมไปถึง St.Anger ด้วยซึ่งชุดนี้ทุเรศมาก ไม่มีเพลงช้า ไม่มีกีต้าร์โซโล่ความรุนแรงก็ลดไปเยอะ อีกทั้งความยาวของเพลงก็เกินไป 11เพลง พี่แกล่อ75นาทีจนมีเมทัลรุ่นเก๋าหลายๆ คนไม่นับญาติกับสามอัลบั้มนี้ (รวมถึงตัวผมเองด้วย) ปัจจุบัน เจสันออกจากวงไปเมื่อปี2001 และได้ ร็อบ ทรูจิลโล มาเล่นเบสให้แทน ซึ่งคนเนี้ยชอบทำตัวเป็นกอริลล่าดีดเบส(หน้าให้

  5. Packi said,

    ความหมายของ “แจ๊ส”

    แจ๊ส เป็นแนวดนตรีที่ยากสำหรับการหาคำจำกัดความ ทั้งนี้เพราะแจ๊สมีหลากหลายประเภทเช่น บีบ๊อบ, คูลแจ๊ส, ฟรีแจ๊ส เป็นต้น ผู้ที่จะคำจำกัดความคำว่าแจ๊สนั้นไม่สามารถนำแจ๊สทุกประเภทมารวมกันแล้วให้ คำจำกัดความเป็นเพียงแค่อย่างเดียวได้และเป็นเพราะแจ๊สนิยมเล่นกันก่อนแล้ว ถึงมาจดโน้ตกันทีหลัง

    สำหรับพจนานุกรมอ๊อคฟอร์ดให้คำจำกัดความ ไว้ว่า “เป็นดนตรีที่ถือกำเนิดจากชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันซึ่งมีจังหวะชัดเจน ที่เล่นอย่างอิสระโดยการประสานกันขึ้นเองของนักดนตรีในขณะที่กำลังบรรเลง” และมีคำกล่าวที่ว่า “Jazz is not a feeling more than anything else” หรือ “Jazz is not what you play but how you play it” คำกล่าวนี้กล่าวถึงจังหวะที่เรียกกันว่าสวิง ในหมู่นักดนตรีแจ๊สเขาถือว่าใครที่เล่นสวิงไม่ได้ถือว่าเล่นแจ๊สไม่เป็น นอกจากนั้นยังปรากฎในเพลงเปรียบเปรยของ ดุ๊ก เอลลิงตั้น นักเปียนโน นักแต่งเพลง และหัวหน้าวงบิกแบนด์ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อดนตรีแจ๊สมากคนหนึ่งของ โลกในช่วงทศวรรษที่ 1930 – 1950 ในเรื่องสวิงว่า ” It don’t mean a thing (if it ain’t got that swing)” ซึ่ง*สวิงเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของดนตรีแจ๊ส

    ต้นกำเนิดของดนตรีแจ๊ส

    เพียง ชั่วเวลาไม่ถึงศตวรรษ ศิลปะการดนตรีที่เรียกกันว่า ’’แจ๊ส’’ ได้พัฒนาและเปลี่ยนผ่านสาระสำคัญในตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่งกระทั่งอาจจะทำให้ ผู้นิยมในดนตรีแขนงนี้ที่ยึดติดหรือชมชอบเฉพาะรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเป็นการ ส่วนตัวไม่สามารถติดตามเชื่อมโยงความต่อเนื่องในรูปแบบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้ทันด้วยซ้ำไป เหตุนี้เองแจ๊สจึงได้ชื่อว่าเป็นดนตรีสำหรับผู้มีจิตใจกว้างขวางโดยพื้นฐาน โดยมีจุดกำเนิดจากเพลงบลูส์, เพลงแรกไทม์, เพลงมาร์ชและเพลงพ๊อพ และกลายไปเป็นแจ๊สสไตล์ต่างๆในเวลาต่อๆมา

    องค์ประกอบที่สำคัญของดนตรีแจ๊ส

    ดนตรี แจ๊สมีองค์ประกอบสำคัญด้วยกัน 3 ประการ คือ วิธีการเล่นด้นสดหรือคีตปฏิญาณ, ลักษณะเฉพาะทางด้านจังหวะ(ที่เรียกว่าสวิง) และ ลักษณะความเป็นปัจเจกภาพของนักดนตรี

    – วิธีการเล่นด้นสดหรือคีตปฏิญาณ(Improvisation)
    การ เล่นด้นสดคือ การคิดท่วงทำนอง จังหวะ หรือการประสานเสียงในขณะบรรเลง ผู้บรรเลงมีความเป็นอิสระในการที่จะสร้างสรรค์ตัวโน้ต รายละเอียด และสีสันต่างๆ ของท่วงทำนอง และจังหวะขึ้นใหม่ในขณะที่บรรเลงเพลงหนึ่งๆในแต่ละครั้งซึ่งในแนวเพลงแบบ อื่นไม่มี หรือถ้าจะมีก็เป็นเพียงแค่บางช่วงของเพลงเท่านั้น อย่างไรก็ตามแจ๊สมิได้เกิดขึ้นโดยการเล่นด้นสดทั้งหมด ส่วนใหญ่ดนตรีแจ๊สมักประกอบด้วยการบรรเลงจากการประพันธ์ประกอบกับการเล่นด้น สด ปกติการเล่นด้นสดเกิดขึ้นโดยผู้บรรเลงดนตรีแปรเปลี่ยนทำนองหลักไป ฉะนั้นรูปแบบของการบรรเลงจึงเป็นธีมและแวริเอชั่นเกิดขึ้นโดยผู้บรรเลงจะ เสนอทำนองหลักก่อน จากนั้นเครื่องดนตรีเดี่ยวบางชิ้นจะแปรเปลี่ยนทำนองโดยการเล่นด้นสด บางครั้งการแปรเปลี่ยนทำนองอาจเป็นการบรรรเลงร่วมกันของเครื่องดนตรีเดี่ยว สองหรือสามชิ้น แต่ละตอนของการแปรเปลี่ยนและทำนองหลักมีชื่อเรียกเฉพาะว่าคอรัส(chorus) ดังนั้นเพลงนั้นอาจจะมี 4 – 6 คอรัส โดยตอนแรกเป็นการเสนอทำนองหลัก

    – ลักษณะเฉพาะทางด้านจังหวะ(ที่เรียกว่าสวิง)
    จังหวะ สวิงเกิดจากการบรรเลงจังหวะตบผนวกกับความรู้สึกเบาหรือลอยความมีพลังผ่อน คลายในที และการรักษาจังหวะสม่ำเสมอ โดยปกติเครื่องตี เช่น กลอง ฉาบ และเบสบรรเลงจังหวะตบ อัตราจังหวะของเพลงแจ๊สมักจะเป็นกลุ่ม4จังหวะ คือ4/4 แต่จังหวะเน้นแทนที่จะลงที่จังหวะ1และ3 กลับลงที่จังหวะ2และ4 ส่วนจังหวะขัดจะลงหนักระหว่างจังหวะตบทั้งสี่นอกจากนี้การบรรเลงจริงๆมักจะ ยึดค่าตัวโน้ต ไม่ได้ลงจังหวะตามที่เขียนเป็นโน้ตเสียทีเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการบันทึกดนตรีแจ๊สเป็นโน้ตเพลงที่ถูกต้องจริงๆเป็นสิ่ง ที่กระทำได้ค่อนข้างยาก ด้วยจังหวะการบรรเลงดังกล่าวนี้ ทำให้พูดฟังดนตรีมีความรู้สึกอยากเคลื่อนไหวยักย้ายไปตามจังหวะดนตรี

    ทำนอง ก็เช่นเดียวกับจังหวะ มักมีการร้องเพี้ยนไปจากเสียงที่ควรจะเป็นไปตามบันไดเสียงเมเจอร์หรือ ไมเนอร์ที่แจ๊สใช้อยู่เสียงเพี้ยนมักจะต่ำกว่าเสียงที่ควรจะเป็น ปกติมักเกิดขึ้นในเสียงตำแหน่งที่ 3, 5และ7 ของบันไดเสียงลักษณะเช่นนี้เรียกว่า เบนท์หรือบลูโน้ตสำหรับเรื่องเสียงประสานแม้จะใช้หลักการตามดนตรีคลาสสิก แต่ได้มีการพัฒนาการสร้างคอร์ดแปลกๆการจัดเรียงของคอร์ดตามแนวทางของดนตรี แจ๊ส ทำให้การประมานเสียงของดนตรีแจ๊สมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    – ลักษณะความเป็นปัจเจกภาพของนักดนตรี
    ขนบ ธรรมเนียมของแจ๊ส (Jazz Tradition) เปิดโอกาสให้นักดนตรีสามารถแสดงความเป็นตัวของตัวเองให้ปรากฏได้อย่างชัด แจ้ง ไม่ว่าจะเป็นลีลาอันนุ่มนวล, แข็งกระด้าง, การทอดเสียง, การสั่นไหว, การแปรทำนอง และเทคนิคต่างๆ โดยในเวลาเดียวกันผู้ฟังที่ประสบการณ์สามารถตระหนักรู้ได้โดยง่ายว่าเสียง ที่ได้ยินนั้นเป็นการบรรเลงของนักดนตรีคนใด
    “อย่างไรก็ตามองค์ประกอบทั้ง 3 ที่กล่าวมาไม่ได้ผูกขาดเฉพาะเพียงดนตรีแจ๊สเท่านั้น หากเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดเสียไม่ได้ในการบ่งบอกถึงลักษณะเฉพาะของดนตรีแขนง นี้ ”

  6. sunshin said,

    ขอบคุณสำหรับข่าวสารทุกๆเรื่องนะครับ คุณ PACKI

  7. หนุ่ม said,

    ต้องการหาเพื่อนนักดนตรีมาฟอร์มวง มือกีตาร์ และมือกลอง เล่นแนว ไมโคร หินเหล็กไฟ เพลงสากล ป๊อบร็อกทั่วไป เพลงยุค 90 , 80 ไม่เน้นหวือหวา แต่ขอให้แน่นเข้าไว้ มีความรับผิดชอบ สนใจติดต่อมาคุยได้ที่เบอร์ 086-1466228 หนุ่ม

  8. Packi said,

    เอาใจช่วยให้หาได้ไว้ๆนะครับ คุณ หนุ่ม แฮะๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: